Category Archives: Uncategorized

ข้อจำกัดเล็กน้อยของประกันชั้น 3+

%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99

 

หากจะพูดถึงประกันภัยรถยนต์ ต้องบอกเลยว่ามีหลากหลายบริษัท หลากหลายโปรแกรมให้คุณเลือก โดยแต่ละแบบก็จะต่างกันทั้งเรื่องความคุ้มครองและที่สำคัญเรื่องราคาก็จะแตกต่างกันไปด้วย ยกตัวอย่าง ประกันชั้น 3+ ที่เป็นโปรแกรมประกันภัยรถยนต์ที่ถือว่าน่าจะตอบโจทย์กับยุคนี้มาก เพราะเบี้ยประกันถูกมาก หากเทียบกับชั้น 1 แต่ความคุ้มครองถือว่าครบตามที่อยากได้มากกว่า ทั้งการซ่อมรถเราและรถเขา ซึ่งต่างจากประกันชั้น 3 แบบธรรมดา ที่ครอบคลุมแค่รถกับอาการบาดเจ็บของคู่กรณีเท่านั้น ไม่ครอบคลุมการรักษาเมื่อเราบาดเจ็บ

แต่สำหรับใครที่กำลังจะทำประกันและเลือกแล้วว่าจะทำประกันชั้น 3+ ลองพิจารณาเหล่าข้อจำกัดเล็ก ๆ น้อย ๆ สักนิดก่อนดีไหมว่ามีอะไรบ้าง เพราะหากไม่รู้แล้วพอมันเกิดอะไรขึ้นแล้วประกันไม่รับผิดชอบจะเสียความรู้สึกกันเปล่า ๆ สำหรับข้อจำกัดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ว่าคือประกันชั้น 3+ จะรับประกันให้ต้องเป็นกรณีรถชนรถหรือรถชนคนเท่านั้น ข้อดีก็คือไม่ได้จำกัดว่าฝ่ายใดผิด แต่กรณีถอยชนเสา โดนเฉี่ยวแล้วหาคู่กรณีไม่ได้ และอื่น ๆ ที่ไม่มีคู่กรณีนี่เคลมไม่ได้ในทุกกรณี จะเคลมเอาประกันยังไงต้องเหนี่ยวรั้งคู่กรณีให้อยู่ให้ได้เท่านั้น

เมื่อรู้แล้วแบบนี้ ก็ลองตัดสินดูแล้วกันว่าถ้าทำ ประกันชั้น 3+ แล้วครอบคลุมเพียงเท่านี้เราจะยอมรับได้ไหม อ๋อ.. อย่าลืมเปรียบเทียบราคาชั้น 3+ กับชั้นหนึ่งให้ดีด้วย เพราะบางที่ราคาและเบี้ยประกันแทบจะไม่ได้แตกต่างกันเลย แต่การเคลมนี่ครอบคลุมต่างกันราวฟ้ากับเหวนะเออ

bangkok massage service ได้รับการพัฒนาให้เกิดความทันสมัย ไม่ตกยุค

การนวดไทยเป็นสิ่งที่มีเสน่ห์ซึ่งกลายมาเป็นที่รู้จักของนานาอารยประเทศ ได้รับการยอมรับและเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางและสามารถสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศเป็นอย่างมาก ในปัจจุบันมีสถาบันสอนนวดแผนไทยที่มีการพัฒนาการเรียนการสอนนวดไทยbangkok massage serviceอย่างเป็นระบบมากมาย ไม่ว่าจะเป็นของภาครัฐหรือเอกชน ไม่ว่าในประเทศไทยหรือต่างประเทศ เนื่องจากกระแสสังคมหันมาให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพและบำบัดอาการด้วยวิธีการทางธรรมชาติมากขึ้น วิชาชีพนวดไทยกลายเป็นวิชาชีพที่มีความนิยมสูงและมีศักดิ์ศรี ไม่ใช่อาชีพที่แฝงด้วยบริการทางเพศอย่างที่หลายคนมองกัน

วิชาชีพชีพนี้ต้องมีการขึ้นทะเบียนและมีใบอนุญาตประกอบโรคศิลป์สาขาการแพทย์แผนไทยประเภทการนวดไทย ชาวต่างประเทศที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยต่างชื่มชมและชื่นชอบภูมิปัญญาอันล้ำค่าของไทยนี้ เพราะbangkok massage serviceมีความมั่นใจในมาตรฐานสากล ซึ่งไม่เพียงให้ความรู้สึกสบายแก่ผู้ที่ถูกนวดเท่านั้น แต่ยังสามารถรักษาหรือบรรเทาการเจ็บปวดบางชนิดได้ด้วย จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ธุรกิจประเภทสปาหรือการนวดแผนไทยจึงเกิดขึ้นมากมายทั้งในและนอกประเทศ การนวดแผนไทยได้รับการพัฒนาให้เกิดความทันสมัย ไม่ตกยุค

นับว่าเป็นเป็นการสร้างความสากลให้กับการนวดแผนไทยอย่างแท้จริง เพราะการนวดแบบไทยbangkok massage serviceไม่สามารถสืบค้นประวัติการเริ่มกำเนิดอย่างจริงจังได้ เนื่องจากคนสมัยก่อนไม่ได้มีการบันทึกเรื่องราวไว้เป็นหลักฐานแน่นอน ฉะนั้นคงจะได้แต่ประมาณการณ์จากหลักฐานเท่าที่มีอยู่ ซึ่งเข้าใจว่าการนวดคงมีมานานมากตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ด้วยซ้ำไป เพราะพื้นฐานการนวดนั้นมาจากการใช้มือ กด คลำ ลูบ ไปตามร่างกาย เพื่อผ่อนคลายความเจ็บปวดเมื่อยล้าเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่มีติดตัวมาตั้งแต่เกิด

การเมืองเขย่าอันดับเครดิตไทยหวั่นต้นทุนพุ่ง-การคลังขาดดุล

พลังเสียงนกหวีดที่ต่อต้านรัฐบาลมาเป็นเวลากว่า 1 เดือนไม่เพียงแต่จะสร้างแรงกระเพื่อมระลอกใหญ่ให้กับฝ่ายการเมืองเท่านั้น แต่ความยืดเยื้อของสถานการณ์การชุมนุมและความไม่แน่นอนต่อความร้อนแรงในการ ประมือของกลุ่มต่าง ๆ ยังส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังภาคเศรษฐกิจของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อีก ด้วยไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวที่มีประเทศต่าง ๆ อย่างน้อย 36 ประเทศเตือนประชากรของตัวเองในการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทย

นอกจากนี้ภาพลักษณ์การคอร์รัปชั่นของประเทศไทยในปีนี้ได้คะแนนความโปร่ง ใสจากผลการวิจัยโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติประจำปี 2556 หล่นจากอันดับที่ 88 มาอยู่ที่ 102 ของโลก จากทั้งหมด 177 ประเทศ หรือมีคะแนนความโปร่งใสเพียง 35 เต็ม 100 ขณะที่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดต่ำลงอย่างต่อเนื่องและการลงทุนของภาครัฐ เกิดการติดขัดจากการเข้าปิดหน่วยงานราชการหลายแห่ง โดยเฉพาะถุงเงินของรัฐบาล อย่างกระทรวงการคลัง ที่แม้ว่าผู้บริหารกระทรวงฯจะออกมาบอกว่าทุกอย่างยังคงเดินหน้าได้ แต่ก็ยอมรับว่าการถูกยึดรังไปในครั้งนี้ก็กระทบต่อการทำงานไม่ให้เกิดความ ไหลลื่นเท่าที่ควรเช่นกันจนโหรเศรษฐกิจหลาย ๆ สำนัก ออกมาหั่นคาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปีนี้ลงกันถ้วนหน้า

แต่ความกังวลล่าสุด ที่กำลังเกิดขึ้นกับประเทศไทย ซึ่งเป็นผลจากความร้อนแรงทางการเมืองในรอบนี้คือการที่สถาบันจัดอันดับความ น่าเชื่อถือระหว่างประเทศ ทั้ง “ฟิทช์ เรตติ้ง” และ“มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส” ได้ร่อนหนังสือถึงกระทรวงการคลัง เพื่อแจ้งให้ทราบว่าสถาบันจัดอันดับดังกล่าวจะนำความเสี่ยงด้านการเมืองเข้า ไปรวมคำนวณอันดับเครดิตของไทย เพราะปกติในช่วงปลายปีสถาบันจัดอันดับเครดิต ต่าง ๆ จะเข้ามาจัดเก็บข้อมูลเศรษฐกิจเพื่อนำไปประเมินภาพรวมเครดิตประเทศอยู่แล้ว เมื่อมีเหตุการณ์พิเศษอย่างนี้เกิดขึ้นก็ย่อมต้องถูกเอาไปร่วมพิจารณาด้วย

การส่งสัญญาณจากบริษัทจัดเรตติ้งรายใหญ่นี้ทำให้ ’รังสรรค์ ศรีวรศาสตร์” ปลัดกระทรวงการคลังถึงกับนั่งไม่ติดและออกมาแสดงความเป็นห่วงว่า หากการชุมนุมทางการเมืองยังยืดเยื้อ และรุนแรงต่อไปจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและภาพรวมไทยในระยะยาวจนทำให้สถาบัน จัดอันดับความน่าเชื่อถือลดเครดิตเรตติ้งประเทศไทยลงได้ ทั้งนี้จากข้อมูลพบว่าเมื่อวันที่ 15 พ.ย. ที่ผ่านมา เรตติ้งแอนด์ อินเวสเม้นท์ อินฟอร์เมชั่น อิงค์ หรือ ’อาร์แอนด์ไอ” ได้ยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือของรัฐบาลไทยสกุลเงินต่างประเทศไว้ที่ ’บีบีบี บวก” และสกุลเงินบาทที่ ’เอ ลบ” และคงสถานะแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของไทยในระดับที่มีเสถียรภาพ และยังยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือหนี้รัฐบาล ระยะสั้นสกุลเงินต่างประเทศที่ ’เอ ลบ 2”

สอดคล้องกับ เจแปน เครดิต เรตติ้ง เอเจนซี หรือ ’เจซีอาร์” ของญี่ปุ่น ได้ยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ระยะยาวสกุลเงิน ต่างประเทศที่ระดับ ’เอ ลบ” และอันดับความน่าเชื่อถือตราสารหนี้ระยะยาวสกุลเงินบาทที่ระดับ ’เอ” โดยมีแนวโน้มความน่าเชื่อถือที่มีเสถียรภาพ ส่วนเจ้าใหญ่อย่าง สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ หรือ เอสแอนด์พี  ได้คงอันดับความน่าเชื่อถือตราสารหนี้ระยะยาวไว้ที่ระดับ ’บีบีบี บวก” และระยะสั้นสกุลเงินต่างประเทศไว้ที่ ’เอ ลบ 2” และระดับอันดับความน่าเชื่อถือตราสารหนี้ระยะยาวอยู่ที่ ’เอ ลบ” และระยะสั้นสกุลเงินบาทอยู่ที่ ’เอ ลบ 2” และได้ยืนยันแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของไทยที่ระดับมีเสถียรภาพ

จะมีก็แต่ ฟิทช์ เรตติ้ง ที่ได้ปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ระยะยาวสกุลเงินต่าง ประเทศของรัฐบาลเมื่อวันที่ 8 มี.ค. ที่ผ่านมาจากระดับ “บีบีบี” เป็น “บีบีบีบวก” โดยมุมมองที่มีเสถียรภาพและยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ระยะ ยาวสกุลเงินบาทของรัฐบาลที่ระดับ “เอลบ” พร้อมทั้งปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ระยะสั้นสกุลเงินต่าง ประเทศของรัฐบาลจากระดับ ’เอฟ 3” เป็น ’เอฟ 2” และปรับเพิ่มระดับเพดานอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศจากระดับ ’บีบีบีบวก” เป็น ’เอลบ”

จากการส่งเสียงเตือนของบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือในครั้งนี้ ถามว่าจะเป็นความจริงที่พึงตระหนักและรีบแก้ไขหรือเป็นเพียงแค่การขู่เล็ก ๆ ที่ไม่น่าเป็นกังวลแต่คนในรัฐบาลเอามาขยายความเพื่อดิสเครดิตของผู้ชุมนุม หรือไม่ก็คงต้องย้อนกลับไปดูผลกระทบจากปัจจัยเดียวกันในอดีตเป็นตัวเปรียบ เทียบ หากมองถอยหลังกลับไปในปี 51 ที่การเมืองเดือดพล่านไม่แพ้กันสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ “สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์”  ได้ออกมาประกาศปรับลดแนวโน้มระดับเครดิตของประเทศไทยจากระดับที่มีเสถียรภาพ เป็นระดับที่เป็น “ลบ”

ขณะที่สถานการณ์การเมืองในปี 53 ก็ทำให้ ’ฟิทช์ เรตติ้ง” ได้ ปรับลดแนวโน้มของระดับเครดิตตราสารหนี้ระยะยาวสกุลเงินบาท จากระดับที่มีเสถียรภาพ เป็นระดับที่เป็นลบ แต่ยังยืนยันระดับเครดิตตราสารหนี้ระยะยาวสกุลเงินบาท ที่ระดับ เอลบ และ เครดิตตราสารหนี้ระยะยาวสกุลเงินระดับ บีบีบี โดยมีแนวโน้มของเครดิตในระดับที่มีเสถียรภาพและระดับเครดิตตราสารหนี้ระยะ สั้นสกุลเงินต่างประเทศที่ระดับ   เอฟ 3 พร้อมยืนยันเครดิตของประเทศ ที่ระดับ บีบีบีบวก

นั่นจึงน่าจะเป็นคำตอบได้ในระดับหนึ่งว่าความไร้เสถียรภาพทางการเมือง ย่อมกระทบต่ออันดับเครดิต หรือมีผลกับมุมมองเครดิตของประเทศแน่นอน ยิ่งเมื่อรวมกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงและสภาพแวดล้อมในการ ดำเนินนโยบายที่ถูกบ่อนทำลายลงก็คาดว่าจะส่งผลกระทบในทางลบต่อความเชื่อมั่น ทางเครดิตของประเทศไทย

ส่วนถ้ามองข้ามช็อตต่อไปว่าหากสถานการณ์การเมืองในปีนี้มีผลทำให้อันดับ เครดิตของไทยลดลงแล้วจะมีผลกระทบต่อเนื่องอย่างไรต่อไปบ้างนั้นสิ่งที่จะ ต้องเกิดขึ้นตามมาเป็นเงาตามตัวก็คือการปรับลดเครดิตประเทศหรืออีกนัยหนึ่ง คืออันดับเครดิตของพันธบัตรรัฐบาลจะทำให้ต้นทุนการกู้ยืมเงินต่างประเทศสูง ขึ้นเพราะเมื่อความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับต่ำ รัฐบาลไทยก็ต้องยอมจ่ายดอกเบี้ยแพง ๆ เพื่อชดเชยกับความเสี่ยงที่สูงขึ้น และดึงดูดให้นักลงทุนเข้ามาซื้อพันธบัตรของไทยซึ่งจะทำให้รัฐต้องมีภาระด้าน การคลังเพิ่มสูงขึ้น

ขณะเดียวกันหากมองโลกในแง่ร้ายว่าในภาวะที่รายจ่ายจากดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น แต่ในฝั่งของรายได้คือภาคการส่งออกยังไม่ฟื้นตัว หรือทรุดลงไปอีกรายได้ที่เข้าประเทศก็จะน้อยกว่ารายจ่ายซึ่งจะกดดันให้รัฐ ต้องใช้นโยบายขาดดุลการคลังเป็นจำนวนมากในการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปอันอาจจะ ส่งผลให้ฐานะการเงินของรัฐบาลอ่อนแอลงสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพี อาจทะลุเกินเพดานวินัยการคลังที่ 60% ต่อจีดีพี และสั่นคลอนความมั่นคงทางเศรษฐกิจในที่สุด

ดังนั้นไม่ว่าบทสรุปทางการเมืองจะออกมาอย่างไรแต่สิ่งที่ทุกฝ่ายต้องยอม รับก็คือ ความไม่ลงรอยของแนวคิดทางการเมืองได้สร้างแรงสั่นสะเทือนมายังเศรษฐกิจและ กำลังคุกคามอันดับเครดิตของประเทศอีกครั้ง ซึ่งหากต่างฝ่ายต่างยังคงมอง แค่เป้าหมายส่วนตนโดยไม่สนผลกระทบในภาพรวม สุดท้ายก็

ต้องศึกษาให้ดีก่อนที่จะจับจองเป็นเจ้าของคอนโดมือสอง

ไม่ยิ่งใหญ่แต่สำคัญสำหรับความชอบส่วนตัว เพราะแม้ปัจจัยอื่นๆมีพร้อม ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณ ทำเล ชื่อเสียงของโครงการ ฯลฯ แต่ถ้าสไตล์มันไม่ใช่ก็จบ จึงไม่แปลกอะไรที่คอนโดในปัจจุบันหันมาเน้นให้ความสำคัญของรูปแบบและดีไซน์ อย่างโครงการใหม่ออกแบบคอนโดแบบ low rise เพราะทุกวันนี้คอนโดมือสองเกิดโผล่ขึ้นเป็นดอกเห็ดเต็มบ้านเต็มเมืองทุกวัน และเป็นยอดฮิตของคนกลุ่มหลายคนในการอยู่อาศัยในสมัยนี้ แน่นอนมูลค่าของคอนโดก็สูง คอนโดที่เหมาะกับเราที่สุดย่อมจะคุ้มกับเราระยะยาว

เราจึงต้องศึกษาให้ดีก่อนที่จะจับจองเป็นเจ้าของ คอนโดมือสองใกล้แหล่งคมนาคมอย่างรถไฟฟ้า หรือรถไฟใต้ดิน ใกล้ถนนใหญ่ มีความปลอดภัย ก็นับว่าได้เปรียบในการซื้อสำหรับอยู่เอง หรือปล่อยเช่า คอนโดเดียวกันแต่ต่างชั้น ต่างตำแหน่ง ต่างขนาดก็ย่อมราคาไม่เท่ากัน ราคาขายแต่ละห้องส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับตำแหน่ง แนะนำว่าให้เลือกห้องที่หันด้านหน้าหรือด้านข้างไปยังทางทิศตะวันออก เพราะมีแสงแดดอุ่นๆสาดแสงในยามเช้าและระบายความร้อนในยามบ่าย แถมยังช่วยประหยัดแอร์อีกด้วย ดีกว่าเห็นๆ

เพราะการจะซื้อคอนโดหรืออสังหาริมทรัพย์ใดๆก็ตาม ชื่อเสียงของผู้ประกอบการหรือเจ้าของโครงการถือเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกซื้อ เพราะหากเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ก็มีความได้เปรียบในเรื่องของคุณภาพและความน่าเชื่อถือ และอันนี้ไม่ดูไม่ได้ นับเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผู้ที่ต้องมียานพาหนะส่วนตัว หากที่จอดรถน้อยไม่เพียงพอแล้วละก็ความยากลำบากตามมาอย่างแน่นอน ดังนั้นเช็คเรื่องที่จอดรถด้วยจะเป็นการดีที่สุด

สศค.ห่วงม็อบฉุดเศรษฐกิจไตรมาส4ทรุด

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ จากความร้อนแรงของสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุน การท่องเที่ยว ความเชื่อมั่นนักลงทุน และการเบิกจ่ายภาครัฐ โดยหากการชุมนุมกระทบการทำงานของส่วนราชการเกิน 1-2 สัปดาห์ โดยเฉพาะสำนำงบประมาณ จะส่งผลกระทบต่อการเบิกจ่ายภาครัฐในช่วงที่เหลือของปี ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 27-28% เพราะอัตราการเบิกจ่ายปัจจุบันอยู่ที่ 15% และจะส่งผลให้จีดีพีไตรมาส 4 โตน้อยกว่าไตรมาส 3 แต่ยังไม่ถึงขั้นติดลบ โดยคาดว่าจะทำให้จีดีพีทั้งปีขยายตัวต่ำกว่า 3% จากเดิมที่ประเมินไว้ที่ 3.7% ดังนั้นสศค.เตรียมปรับประมาณจีดีพีปีนี้ใหม่ในเดือนธ.ค.นี้ ส่วนปี 57 คาดว่าจีดีพีจะโตไม่ต่ำกว่า 4%

นายสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัย ด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า ปัญหาการเมืองไทย เป็นปัญหาความมืดบอดทางปัญญาของสังคม ไม่รู้ทางออกไปทางไหน การแก้ปัญหาขณะนี้ไม่มีใครมีคำตอบที่ชัดเจน ไม่รู้จะจบอย่างไร เปรียบเสมือนผู้บริหารทุกคนรู้ว่าจะทำอย่างไร แก้ปัญหาอย่างไร แต่กลับใช้อารมณ์มากกว่าการใช้เหตุผล ดังนั้นแนวทางแก้ปัญหาต้องพบกันครึ่งทางไม่เช่นนั้นไม่มีทางออก ส่วนการยุบสภาเชื่อว่าเป็นการแก้ปัญหาระยะสั้น หลังจากนั้นจะกลับมาวงจรเดิม

นางสุทธาภา อมรวิวัฒน์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ความเสี่ยงทางการเมือง กระทบต่อความมั่นใจของนักลงทุนต่างชาติ อาจส่งผลให้เงินลงทุนใหม่ชะลอการเข้ามาลงทุนในไทย เพราะปัญหาความขัดแย้งในประเทศต่อเนื่องมาถึง 8-9 ปี ขณะเดียวกันกังวลว่าอาจจะทำให้การลงทุนในประเทศตามนโยบายของรัฐ เช่น การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ล่าช้าออกไป อัตราการเบิกจ่ายงบประมาณต่ำกว่าเป้าหมาย โดยในส่วนของธนาคารจะปรับลดจีดีพีจากระดับ 3.4% ลงมาอยู่ที่ 3%

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ปัญหาการชุมนุมทางการเมืองที่ยกระดับไปสู่การปิดล้อมสถานที่ราชการหลายแห่ง จะทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปีนี้ขยายตัวได้ต่ำกว่า 3% จากเดิมที่คาดว่าในช่วงไตรมาส 4 นี้ ปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจมาจากการท่องเที่ยว เป็นหลัก แต่ปัจจุบันมี 23 ประเทศได้เตือนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวไทย ซึ่ง หากการชุมนุมยืดเยื้อจีดีพีอาจโตต่ำกว่า 4% จากที่คาดว่าโต 5%

“ตลาดหุ้นไทยได้รับผลกระทบจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติที่กังวลต่อ สถานการณ์การชุมนุม และ ข่าวการทยอยลดขนาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ หรือคิวอีทำให้เริ่มลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นไทยแล้ว ส่งผลให้มีเงินต่างชาติไหลออก กดดันให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงมาเคลื่อนไหวที่ระดับ 32.09 บาท ต่อดอลลาร์สหรัฐ จากเดิมอยู่ที่ 31.09 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) วันที่ 27 พ.ย.นี้จะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.5% เพราะถ้าลดดอกเบี้ยจะทำให้เงินทุนไหลออก และคาดว่าถ้าเศรษฐกิจชะลอตัวมากกว่าที่ประเมินไว้กนง.สามารถเรียกประชุมนัด พิเศษได้”

fire alarm ลดการสูญเสียทรัพย์สินต่างๆภายในอาคารสถานที่ได้เป็นอย่างดี

ระบบ fire alarm ที่สามารถตรวจจับการเกิดเหตุเพลิงไหม้และแจ้งผลให้ผู้อยู่ในอาคารทราบโดยอัตโนมัติ ระบบที่ดีจะต้องตรวจจับและแจ้งเหตุได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และแม่นยำ เพื่อให้ผู้อยู่ภายในอาคาร สถานที่มีโอกาสดับไฟในระยะลุกไหม้เริ่มต้นได้มากขึ้นและมีโอกาสที่จะอพยพหลบหนีไฟออกจากอาคารสถานที่ไปยังที่ปลอดภัยได้มากที่สุด ซึ่งจะเป็นผลให้ลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินได้มาก การเกิดอัคคีภัยก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน สาเหตุส่วนใหญ่จะมาจากในขณะที่เริ่มเกิดเหตุเพลิงไหม้ จะไม่มีคนอยู่ในบริเวณพื้นที่ๆเกิดเหตุ หรือเกิดในบริเวณที่ไม่มีคนมองเห็นได้

ซึ่งกว่าเจ้าของสถานที่นั้นจะทราบเหตุเพลิงไหม้ก็ลุกลามจนเกินกำลังที่คนในสถานที่เพียงไม่กี่คน หรืออุปกรณ์ถังดับเพลิงขนาดเล็กที่มีอยู่ภายในสถานที่จะใช้ทำการสกัดกั้น หรือดับเหตุเพลิงไหม้ได้ ดังนั้นอาคารสถานที่ต่างๆหรืออาคารสถานที่ที่กฎหมายกำหนดให้ต้องมีระบบการแจ้งเตือนเหตุอัคคีภัย จึงได้มีการนำเอาระบบอุปกรณ์สัญญาณแจ้งเตือนเหตุอัคคีภัย มาติดตั้งไว้ภายในสถานที่ เพื่อให้คนภายในสามารถที่รับรู้ถึงเหตุการณ์ล่วงหน้าก่อนที่เหตุเพลิงไฟจะลุกลาม และอพยพออกจากภายในสถานที่เกิดเหตุได้ทันการก่อนที่จะไม่สามารถจะระงับเหตุเพลิงไหม้ได้ โดยที่การติดตั้งระบบอุปกรณ์สัญญาณแจ้งเตือนเหตุอัคคีภัย fire alarm นี้จะช่วยให้เจ้าของอาคารสถานที่ต่างๆ ลดการสูญเสียชีวิตของผู้ที่อยู่ในอาคาร สถานที่ และลดการสูญเสียทรัพย์สินต่างๆภายในอาคารสถานที่ได้เป็นอย่างดี

ระบบสัญญาณเตือนอัคคีภัย เป็นระบบค้นหาตำแหน่งที่เกิดควันหรือความร้อนเพื่อจะได้แสดงตำแหน่งการตรวจจับเพลิงไหม้ได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว โดยมีชุดอุปกรณ์เตือนอัคคีภัย fire alarm ติดตั้งอยู่ที่ห้องควบคุมการเดินรถภายในสถานีของทุกสถานี ตัวจับสัญญาณมีทั้งเครื่องตรวจจับควัน เครื่องตรวจจับความร้อน และตู้อุปกรณ์ความร้อน และตู้อุปกรณ์ดับเพลิงตามความเหมาะสม เครื่องตรวจจับดังกล่าวส่งสัญญาณมายังชุดอุปกรณ์เตือนอัคคีภัย เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบเหตุการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้น

ชวนคนไทยตรวจเลือด ลดโอกาสติดเชื้อเอดส์ให้เหลือศูนย์

ตามที่โครงการเอดส์โลกของสห ประชาชาติกำหนดให้วันที่ 1 ธ.ค.ของทุกปีเป็น “วันเอดส์โลก” เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนทั่วไปเกิดความตระหนักถึงปัญหาโรคเอดส์ และความสำคัญที่ต้องร่วมมือป้องกันแก้ไขปัญหา รวมทั้งสร้างความเข้าใจและให้กำลังใจผู้ติดเชื้อเอชไอวี สภากาชาดไทย ขานรับนโยบายจึงร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ร่วมรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงปัญหาโรคเอดส์ด้วยการจัดงาน “เทียนส่องใจ” ขึ้นเป็นประจำทุกปี และปีนี้จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 22 ระหว่างวันที่ 29 พ.ย.-1 ธ.ค. ณ เอ็มซีซี ฮอลล์ ชั้น 4 ศูนย์ การค้าเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จทรงเป็นประธานจุดเทียนส่องใจ เวลา 17.00 น. ในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ และเมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้มีการเผยถึงรายละเอียดของกิจกรรมต่าง ๆ โดย ศ.กิตติคุณ นพ.ประพันธ์ ภานุภาค ผอ.ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ กล่าวว่า สิ่งที่อยากรณรงค์ที่สุดในปีนี้คือ สร้างความตระหนักให้คนไทยทุกคนป้องกันตัวเองไม่ให้ติดเชื้อเอดส์ ภายในงานประชาชนจะได้รับข้อมูลความรู้ผ่านนิทรรศการว่า คนติดเชื้อเอดส์เป็นอย่างไร ถ้าติดเชื้อแล้วทำอะไรได้บ้าง ถือเป็น “โอกาสทอง” ของคนที่รู้ตัวก่อนป่วย แต่ถ้ารู้ตัวว่าป่วยจะได้รู้จักวิธีดูแลตัวเองเพิ่มเติม ทั้งนี้ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายเพราะฝ่ายรัฐเป็นผู้จ่ายให้อยู่แล้ว คนที่กินยาต้านแต่เนิ่น ๆ อย่างถูกต้องจะมีชีวิตยืนยาว นอกจากนี้ภายในงานยังให้บริการตรวจโรคเอดส์ฟรี ถ้าตรวจเจอถือว่าโชคดี ถ้าไม่ติดเชื้อก็หาวิธีป้องกันไม่ให้ติดเชื้อต่อไป

ด้านสถานการณ์โรคเอดส์ในปัจจุบันของประเทศไทย นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ รองอธิบดีกรมควบ คุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยว่า จากรายงานผู้ป่วยเอดส์รายแรกของเมืองไทย ปี พ.ศ.2527 คาดการณ์ว่าวันนี้น่าจะมีผู้ติดเชื้อเกิน 1 ล้านคน มีชีวิตอยู่ประมาณ 5 แสนคน โดยหนึ่งแสนคนไม่เคยมารายงานตัวหรือรับบริการตรวจเลยด้วย 2 เหตุผลคือ รู้ว่าติดเชื้อแต่อาย อีกส่วนหนึ่งคือไม่รู้ ซึ่งกลุ่มนี้น่ากลัวมากเพราะจะมีเพศสัมพันธ์ตามปกติ กระบวนการแพร่เชื้อเป็นเหมือนลูกโซ่ จึงอยากรณรงค์ให้ทุกคนรู้สถานะของตัวเองเพื่อรักษาทันท่วงที เมื่อ 5-6 ปีที่ผ่านมาเริ่มมียารักษาได้เช่นเดียวกับโรคเบาหวาน ความดัน แม้ไม่หายสนิทแต่ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นทำงานหรือเล่นกีฬาได้ตามปกติ ล่าสุดตอนนี้เอดส์เริ่มมีคำพูดว่ารักษาหายแล้ว ถ้ารีบกินยารักษาหากติดเชื้อภายใน 1-3 เดือน แผนการดำเนินงานของโครงการเอดส์โลกของสหประชาชาติ ตั้งเป้าหมาย “Getting to zero” เพื่อให้เป็นศูนย์ เรียกง่าย ๆ คือนโยบาย “3 ต.” ไม่ติด, ไม่ตาย และไม่ตีตรา ซึ่งข้อหลังสำคัญมากต้องไม่มีการดูถูกแบ่งแยกตีตรา การที่คนอายไม่ยอมมาตรวจส่วนหนึ่งเพราะยังถูกตั้งป้อมรังเกียจ คาดว่าภายใน 20 ปีข้างหน้าโรคเอดส์จะหมดไปจากประเทศไทย

ในส่วนของกิจกรรมอื่น ๆ สายสม วงศาสุลักษณ์ ประธานกรรมการฝ่ายจัดหารายได้ เผยว่า นอกจากกิจกรรมความรู้ภายในงานยังมีการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัด และมีการจัดประกวดพาเหรดตกแต่งรถตามแนวคิดสร้างสรรค์ชิงถ้วยประทานพระเจ้า วรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ จำนวน 3 รางวัลได้แก่ ประเภทสวย งาม, ประเภทความคิดสร้างสรรค์ และประเภทส่งเสริมความรู้ด้านวิชาการ และในวันศุกร์ที่ 29 พ.ย.นี้ เวลา 22.00-24.00 น. จัดให้มีการถ่ายทอดรายการพิเศษงานเทียนส่องใจ เนื่องในวันเอดส์โลก เพื่อหารายได้สมทบกองทุนยาพระวรราชาทินัดดามาตุ สำหรับผู้ติดเชื้อเอชไอวี ทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ที่ติดเชื้อเอดส์สามารถโทรศัพท์เข้าไปปรึกษาปัญหาโรค เอดส์ได้.

การเลือกครีมบำรุงผิวควรเลือกให้เหมาะสมกับวัย

หลักการใช้ครีมบำรุงผิวที่สำคัญมากคือ ต้องทำความสะอาดผิวให้สะอาดเสียก่อนแล้วจึงใช้ครีมบำรุงผิว เพราะถ้าผิวหน้าไม่สะอาดแล้วใช้ครีมบำรุงผิว จะทำให้ครีมบำรุงผิวพาสิ่งสกปรกเข้าไปยังรูขุมขนของเราด้วย และทำให้ผิวหน้าของคุณเกิดปัญหาต่างๆ เช่น สิว การอุดตันของรูขุมขนทำให้ผิวหน้าไม่เรียบเนียน ขั้นตอนทำความสะอาดผิวหน้ากรณีที่แต่งหน้า ควรมีครีมล้างหน้าที่ใช้ทำความสะอาดเครื่องสำอางทำความสะอาดก่อน แล้วจึงตามด้วยโฟมล้างหน้า ที่ต้องใช้โฟมเพราะครีมล้างหน้ามีน้ำมันเป็นส่วนประกอบ ทำให้หน้าเรามีน้ำมันจากครีมล้างหน้าหลงเหลืออยู่ จึงต้องใช้โฟมทำความสะอาดอีกครั้ง

หลังจากนั้นใช้โลชั่นกระชับผิวหรือปิดรูขุมขน เพื่อเร่งให้รูขุมขนปิดตัวเร็วขึ้น แล้วตามด้วยครีมบำรุงผิวและครีมกันแดดต่างๆตามที่ใช้อยู่ ขั้นตอนสุดท้ายคือการแต่งหน้า การเลือกครีมบำรุงผิวควรเลือกให้เหมาะสมกับวัย เพราะผิวในแต่ละวัยจะมีความต้องการสารอาหารสำหรับผิวที่แตกต่างกัน ฉะนั้นในการเลือกซื้อครีมบำรุงผิวทุกครั้งควรบอกพนักงานให้ทราบถึงอายุ ครีมบำรุงผิวแต่ละแบบจะมีความแตกต่างกัน และมีคุณสมบัติใกล้เคียงกันแล้วแต่งบประมาณในการจับจ่าย ที่สำคัญอีกอย่างคือควรทราบว่าคุณมีสภาพผิวแบบไหน ผิวมัน ผิวแห้ง หรือผิวผสม

ส่วนมากคนไทยจะมีผิวผสมเป็นส่วนใหญ่ เพราะสาวๆอยากจะมีผิวหน้าที่สวยสดใส จึงจำเป็นต้องพยายามบำรุงผิวหน้าด้วยครีมชนิดต่างๆที่เพื่อนๆและคนรู้จักแนะนำว่าใช้ดี แต่ลองกี่ทีกลับได้ของแถมมาเป็นอาการแพ้ขึ้นผื่นและเป็นสิวตามมาเกือบซะทุกครั้ง ทำให้บางครั้งก็ท้อใจว่าครีมตัวไหนที่จะเหมาะกับผิวหน้าของเราจริงๆ ยิ่งคิดแต่ก็ไม่ค่อยจะกล้าลองเพราะกลัวเป็นแบบเดิมอีก เมื่อปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำซากก็จะทำให้เราไม่อยากจะหาครีมอะไรมาบำรุงหน้าอีกต่อไป อย่าให้เป็นถึงขั้นนั้นกันเลย เรามาเริ่มทำความรู้จักกับผิวหน้าของตัวเองกันดีกว่า ว่าเป็นผิวหน้าประเภทไหนและจะต้องเลือกใช้ครีมอย่างไรให้เหมาะสม

ปั้น’สิ่งทอไทย’สินค้ารักษ์โลกอาเซียน

ภาวะโลกร้อน (Global Warming) เป็นปัญหาใหญ่ที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ หลายประเทศในโลกตระหนักถึงการลดผลกระทบที่เกิดกับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น พยายามลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในกระบวนการผลิตและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ โดยนำฉลากสิ่งแวดล้อมไปใช้เป็นสัญลักษณ์เพื่อแสดงว่าเป็นสินค้าที่เป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อม ในขณะที่ประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศกำลังพัฒนายังไม่มีการส่งเสริมการใช้สินค้าเพื่อสิ่งแวด ล้อมอย่างจริงจัง

สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้ดำเนินโครงการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสิ่งทอที่เป็นมิตรต่อ สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เพื่อเสริมสร้างความรู้เรื่อง การออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม วัสดุเหลือใช้ในกระบวนการผลิต มาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการสามารถขอรับรองฉลากสิ่งแวดล้อมในประเทศ

นางสุทธินีย์ พู่ผกา ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ กล่าวถึงรายละเอียดของโครงการดังกล่าวว่า โครงการจะแบ่งออกเป็น 2 กิจกรรม คือ 1.กิจกรรมเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการในการขอรับรองฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ให้คำปรึกษา แนะนำเพื่อเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการในการขอรับรองฉลากคาร์บอนฟุต พริ้นท์ ฉลากสิ่งแวดล้อม และฉลากเขียว จัดกิจกรรมฝึกอบรมเกี่ยวกับข้อกำหนดและวิธีการในการเก็บข้อมูลเพื่อประเมิน ค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์แก่โรงงานต่างๆ รวม 6 โรงงาน

โดยผลลัพธ์ที่ได้คือ ผลิตภัณฑ์กระสอบพลาสติก PP สาน กระสอบพลาสติก HDPE สาน เสื้อยืดคอกลมและเสื้อกล้ามสีขาว เบอร์ 38 เส้นทอฝ้าย 100% ลายผ้า M4850 เส้นด้าย 100% เฉดสีเทา ผ้าปูที่นอนฝ้าย 100% เฉดสีขาว ที่มีความพร้อมในการขอรับรองฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ฉลากสิ่งแวดล้อม และผลิตคู่มือ “การจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นของผลิตภัณฑ์สิ่งทอ” เพื่อเผยแพร่ให้แก่ผู้ประกอบการใช้เป็นแนวทางในการประเมินการปล่อยก๊าซ เรือนกระจก

2.กิจกรรมการออกแบบและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการนำวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยคุณสมบัติ และวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ ประยุกต์ใช้ในกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ออกแบบและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วม 12 โรงงาน และพัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมต้นแบบได้อย่างหลากหลาย แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผลิตภัณฑ์จากเส้นใยธรรมชาติ อาทิ หมวกปีกกว้างทอจากเส้นใยกล้วยผสมฝ้าย เสื้อผ้าจากเส้นใยบัวผสมฝ้าย เสื้อที่มีส่วนผสมจากเส้นใยไผ่ กระเป๋าสตางค์ กระเป๋าไอแพด และชุดชั้นในที่มีแถบยางยืด จากเส้นด้ายซึ่งมาจากเส้นใยเซลลูโลสของเปลือกยูคาลิปตัส พรมถักจากเส้นด้ายวิสโคสซึ่งได้จากเปลือกต้นสน

ส่วนอีกกลุ่มเป็นผลิตภัณฑ์ประเภท Eco จากกระบวนการผลิต เช่น ทำจากวัสดุเหลือใช้ วัสดุรีไซเคิล และจากกระบวนการลดใช้พลังงาน อาทิ เสื้อโปโลจากขวดน้ำพลาสติกรีไซเคิล เสื้อกีฬาแบบลำลองที่ใช้ผ้าที่ย้อมโดยไม่ใช้น้ำและการใช้ผ้าที่ลดอุณหภูมิ เก้าอี้นั่งอเนกประสงค์จากผ้าถักเหลือใช้ในการผลิตผ้าหุ้มเบาะรถยนต์ พร้อมจัดทำคู่มือ “การออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้แก่ผู้ประกอบการ นักออกแบบและผู้สนใจ

“การดำเนินงานทั้งสองกิจกรรมจะสามารถช่วยลดการใช้ทรัพยากร ลดการใช้พลังงาน สร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเป็นแนวทางให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทย สามารถแข่งขันได้ เตรียมพร้อมพัฒนาสู่ความเป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้ารักษ์สิ่งแวดล้อม ของภูมิภาคอาเซียนในปี 2014 และก้าวต่อไปในอนาคตได้อย่างยั่งยืน”

สำหรับสถานการณ์สิ่งทอในช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคม 2556 การส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไทยมีมูลค่า 5,107.15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งขยายตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 4.38 เป็นมูลค่าการส่งออกสิ่งทอ 3,149.92 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.49 และมูลค่าการส่งออกเครื่องนุ่งห่ม 1,957.24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวลดลงร้อยละ 4.15 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 3,199.09 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวลดลงร้อยละ 7.28 เป็นมูลค่าการนำเข้าสิ่งทอ 2,725.50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวลดลงร้อยละ 10.32 และมูลค่าการนำเข้าเครื่องนุ่งห่ม 473.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.23 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

ปรับหน้าให้ได้รูปเรียวสวยตามต้องการ ร้อยไหมเป็น V-Shape หน้าเรียว

การร้อยไหมที่มี stem cell จะเป็นการช่วยผลักยา stem cell ให้เข้าสู่ผิวหนังด้วยเส้นไหม และด้วยตัวของเส้นไหมและทิศทางการร้อยของเส้นไหมเอง จะช่วยทำให้เกิดแรงตึงและการยกกระชับจากเส้นไหม ดังนั้นการร้อยไหม stem cell จึงเป็นคำตอบที่ดี สำหรับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาในทุกๆด้าน เช่น ปัญหาเรื่องริ้วรอย ปัญหาความหย่อนคล้อย ปัญหาด้านขาวใส ปัญหาหลุมสิว รอยแผลเป็น เพราะ stem cell จะช่วยฟื้นฟูผิว ทำให้เซลล์ผิวที่เสื่อมกลับมามีชิวิตใหม่อีกครั้ง ขั้นตอนกระบวนการผลิตไหมจะทำแบบเทคนิคพิเศษ ผ่านการรับรองด้านความปลอดภัย

คนไข้จึงสามารถมั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพความปลอดภัยในการรักษาได้อย่างเต็มที่ การยกกระชับด้วยการใช้เส้นไหม ก็จัดเป็นการยกกระชับอีกรูปแบบหนึ่งที่มีการทำมาหลายปี โดยเริ่มแรก อาจจะเป็นการยกกระชับด้วยไหม Aptos Threads เป็นไหมที่มีฟันปลาเล็กๆ อยู่ตลอดเส้นเพื่อดึงรั้งเนื้อใต้ผิวหนังให้ตึงขึ้น จัดเป็นกลุ่มเส้นไหมที่ไม่ละลาย เข็มที่ใช้มีขนาดใหญ่ ขณะทำจะเจ็บมาก มีรอยฟกช้ำมากหลังทำ และมักจะเกิดปัญหาในระยะยาวได้ เช่น นานๆไปพบแง่งไหมอาจจะโผล่ออกมาจากผิวหนังให้เห็นต้องไปผ่าออก

หรือเมื่อเงี่ยงหรือฟันปลาหลุดออกเมื่ออายุมากขึ้น ก็ทำให้ไหมไมได้ผลตามต้องการ ต่อมาก็มีการยกกระชับด้วยไหมทองคำ แม้จะมีข้อดีที่เกิดรอยช้ำหลังทำน้อยกว่า แต่มีข้อเสียที่มีค่าใช้จ่ายสูงมาก และทำได้เฉพาะบางที่บางบริเวณ เช่น ใบหน้า คอ แขนเท่านั้น หลังทำต้องเลี่ยงการสัมผัสความร้อนหรือทำทรีทเม้นต์ต่างๆที่ใบหน้า การร้อยไหมทองคำถ้าผิดพลาดต้องผ่าตัดเอาไหมออก และอาจจะมีปัญหาสำหรับผู้ที่แพ้โลหะ เป็นต้น

โรงเรียนสอนทำอาหารวันนี้จะมารีวิวปอเปี๊ยสด

โรงเรียนสอนทำอาหารวันนี้จะมารีวิวปอเปี๊ยสด

โรงเรียนสอนทำอาหารวันนี้จะมารีวิวปอเปี๊ยสด

หลังจากที่ห่างหายจากโรงเรียนสอนทำอาหารโรงเรียนนี้ไปนาน วันนี้ก็มีเรื่องเล่าดี ๆ จากร้านอาหารที่มีโอกาสได้ไปชิม เพื่อน ๆ ผู้อ่านคนไหนสนใจ หรืออยากไผลองชิมก็ลองไปดูนะครับ สำหรับเมนูอาหารที่ได้ชิมนั้นก็คือ ปอเปี้ยสด ครับ ซึ่งแน่นอนหล่ะครับว่ามันไม่ใช่ทอด ( มันยังเขียนกวนได้อีก ) << ไม่รู้จะเอาอะไรกับมันนักหนา ฮ่าๆๆ

ขอโทษครับเอาใหม่ ปอเปี้ยสดครับ ร้านที่ผมไปกินนี้เป็นร้านอาหารเล็ก ๆ ครับ ตามข้างถนนหนทางสุดแสนจะธรรมดา แต่รสชาติเรื่องปอเปี๊ยนี่ไม่ธรรมดาเลยครับ เป็นปอเปี้ยใหม่ล่าสุดจริง ๆ อร่อย นุ่มแป้ง และกรอบผัดที่ได้สอดไส้ไว้ข้างในปริมาณที่มากอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ก็เลยมีโอกาสได้พูดคุยกับเจ้าของร้านบ้างก็พบว่าไปเรียนทำมาจากโรงเรียนสอนทำอาหารแถวบ้านเกิดที่จังหวัดปทุมธานี เป็นโรงเรียนเล็ก ๆ เรียกได้ว่าเปิดกันเองก็ได้อ่ะ แต่ก็อาจจะต้องระวังเรื่องการทำอาหารกันหน่อยหล่ะ

และโรงเรียนสอนทำอาหารที่นี่นั้นก็เปิดขึ้นกันเอง สอนกันเองเป็นการเอง ทดลองสูตร และขายด้วยตัวของตัวเอง ดังนั้นผลที่ได้จึงเป็นอาหารที่เกิดจากความคิด หรือไอเดียความสร้างสรรค์ด้วยตัวของตัวเองอย่างแท้จริงครับ อาหารจะอร่อยจะมาแพ่ม ๆ ในเว็บบล็อกเห็นจะไม่ได้ ใครว่างก็ลองไปชิมเองแถว ๆ ลาพร้าว 101 ครับ ใกล้ ๆ กับวัดบึงทองหลาง เจ้านี้อร่อยจริง http://www.mlpuang.com/ สำหรับใครที่อยากเรียนทำอาหาร แนะนำโรงเรียนของหม่อมหลวงพวงเลยครับ มีครูสอนทำอาหาร สอนทำขนม ต่าง ๆ มากมาย หลายหลักสูตร สนใจก็ลองเข้าไปดูรายละเอียดหลักสูตรในเว็บไซต์ครับ

ธปท.ประกาศปรับลดการเติบโตปีนี้เหลือเพียง 3.7% เหตุปัจจัยลบรุมเร้ามากกว่าปัจจัยบวกทำให้ภาวะเศรษฐกิจยังตกท้องช้าง

นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แถลงผลการประเมินเศรษฐกิจปีนี้ ตามรายงานนโยบายการเงิน ฉบับเดือนตุลาคม 2556 ว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ(จีดีพี)ปีนี้น่าจะขยายตัวลดลงเหลือเพียง 3.7% จากเดิมที่คาดไว้ 4.2% ภายใต้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ 1% ลดลงจากเดิมที่คาดไว้ 1.1% อัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่ 2.2% ลดลงจากเดิมที่คาดไว้ 2.3% และมูลค่าการส่งออกสินค้าลดงเหลือ 1% จากเดิมที่คาดไว้ 4%

ส่วนจีดีพีปีหน้าคาดว่าจะขยายตัวที่ 4.8% ลดลจากเดิมที่คาดไว้ 5% ภายใต้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ 1.2% ลดลงจากเดิมที่คาด 1.4% อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงเหลือ 2.4% จากเดิมที่คาดไว้ 2.6% และคาดว่าการส่งออกจะโต 7% ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

“ประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้ต่ำกว่าคาดการณ์เดิม เพราะ 1.การบริโภคเอกชนพักฐานนานกว่าคาด และประชาชนยังค่อนข้างระมัดระวังการใช้จ่าย จากภาระหนี้ที่แม้ปัจจุบันจะลดลงบ้างแต่ก็ยังอยู่ในระดับสูง 2.แรงกระตุ้นจากภาครัฐต่ำกว่าที่คาด และ3.การส่งออกฟื้นตัวช้า เพราบางสินค้ามีข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง และไม่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจคู่ค้าอย่างเต็มที่ ในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้เศรษฐกิจยังอยู่ในภาวะตกท้องช้างอยู่ในช่วงของ จุดต่ำสุด คาดว่าจะยังอยู่ในภาวะนี้ไปอีกระยะเวลาหนึ่ง และระหว่างทางอาจจะมีโอกาสตกลงได้อีก แต่โอกาสที่จะผงกหัวฟื้นขึ้นมามีมากกว่าจะตกลงอีก”นายไพบูลย์กล่าว

นอกจากนี้ รายงานนโยบายการเงิน ฉบับเดือนตุลาคม ปีนี้ยังระบุว่า เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวต่อเนื่อง แต่เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้ เนื่องจากอุปสงค์ในประเทศชะลอตัวมากกว่าคาดและการส่งออกฟื้นตัวล่าช้า ส่วนแรงกดดันเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ

ทั้งนี้ สำหรับเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวต่อเนื่องตามที่คาดไว้ โดยเฉพาะเศรษฐกิจกลุ่มประเทศหลักมีแนวโน้มขยายตัวสูงกว่าที่ประเมินไว้เดิม ทั้งเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ขยายตัวดีขึ้นจากการบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนในภาคที่อยู่อาศัย เศรษฐกิจกลุ่มประเทศยูโรเริ่มพ้นจุดต่ำสุดโดยการผลิตและการใช้จ่ายเริ่มปรับ ตัวดีขึ้น เศรษฐกิจญี่ปุ่นขยายตัวได้ดีจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เศรษฐกิจจีนมีสัญญาณปรับตัวดีขึ้น แต่เศรษฐกิจในกลุ่มอาเซียนขยายตัวต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้เล็กน้อย เนื่องจากภาครัฐออกมาตรการเพื่อดูแลเสถียรภาพของเศรษฐกิจโดยรวม แล้วอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าไทยมีแนวโน้มไม่ต่างจากที่ ประเมินไว้เดิม

 

 

แหล่งข่าวจาก posttoday…

ประโยชน์ต่อการจัดการสัมมนาทรัพยากรในชุมชน

กิจกรรมการจัดสัมมนา เป็นการค้นหาศักยภาพของตัวเองและเขียนโครงการ เป็นการใช้เวลาที่อยู่ร่วมกันของสังคมเล็กๆ ร่วมแสวงหาปัญญาโดยการแลกเปลี่ยนความรู้ เติมเต็มแนวคิดและสำนึกสาธาระ ความสำคัญที่อยู่ให้เกิดกระบวนการรับฟังผู้อื่น ลดอัตตาและความเป็นปัจเจกแห่งตนลง เพื่อเกิดเครือข่ายถักทอโยงใยแน่นหนา ซึ่งการสัมมนาได้อรรถรสและปัญญา ทั้งได้ข้อสรุปอันเป็นประโยชน์ต่อการจัดการทรัพยากรในชุมชนที่เหมาะสมและเกิดความยั่งยืน หัวข้อประเด็นที่แต่ละชุมชนวิเคราะห์ ได้แก่ วิเคาระห์ศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค วิเคาระห์ศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ วิเคระห์ศักยภาพด้านเศรษฐกิจและการเกษตร วิเคาระห์ศักยภาพด้านสังคมประเพณีและวัฒนาธรรม

วิเคาระห์ศักยภาพด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยผลการวิเคาระห์แต่ละชุมชนอยู่ในรายละเอียดของรายงานอันนำไปสู่การเขียนแผนยุทธศาสตร์ของแต่ละชุมชนต่อไป เป็นการนำข้อมูลที่ได้จากการวิเคระห์ศักยภาพของแต่ละชุมชนมากำหนดวิสัยทัศน์ , กำหนดพันธกิจ และนำไปสู่การเขียนโครงการ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพปัญหา และความต้องการของแต่ละชุมชน เป็นการบูรณาการให้สอดคล้องเหมาะสมเพื่อสู่วัตถุประสงค์ที่วางไว้ โดยอยู่บนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของทุกคน

เพื่อให้เกิดการใช้ศักยภาพทรัพยากรของแต่ละพื้นที่ โดยโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักและอุดมคติร่วมกันในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติระหว่าฃเจ้าหน้าที่ของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและราษฎรในพื้นที่อย่างรูปธรรม เพื่อให้ราษฎรผู้เข้าสัมมนาได้มีความรู้ ความเข้าใจและสามารถจัดทำแผนการจัดการทรัพยากรในระดับชุมชน และระดับเครือข่าย และเพื่อจัดตั้งองค์กรเครือข่ายในการจัดการทรัพยากรระหว่างชุมชนกับชุมชนที่อยู่ในป่า

Lenovo กำลังพิจารณาซื้อกิจการ BlackBerry อีกราย

BlackBerry อาจมีผู้เสนอซื้อกิจการเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งราย ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็น Lenovo ยักษ์ใหญ่พีซีโลกจากประเทศจีน โดยมีรายงานว่า Lenovo ได้เซ็นข้อตกลงห้ามเปิดเผยข้อมูล เพื่อขอตรวจสอบดูสถานะทางการเงินของ BlackBerry ก่อนตัดสินใจว่าจะซื้อกิจการหรือไม่

ผู้ที่ยื่นข้อเสนอซื้อทั้งกิจการ BlackBerry อย่างเป็นทางการก่อนหน้านี้คือกลุ่มการเงิน Fairfax ซึ่งมีเส้นตายวันที่ 4 พฤศจิกายนหากไม่มีผู้อื่นยื่นข้อเสนอซื้อที่ดีกว่า ขณะเดียวกันก็มีข่าวว่า Mike Lazaridis ผู้ก่อตั้ง BlackBerry สนใจซื้อหุ้นคืนเช่นกัน รวมถึง Cisco, SAP และกูเกิลก็ได้มีการเจรจาในเรื่องนี้ด้วย

ก่อนหน้านี้ซีอีโอ Lenovo ไม่ได้ปฏิเสธข่าวเรื่องซื้อ BlackBerry เสียทีเดียวโดยบอกว่าถ้ามีโอกาสก็สนใจ อย่างไรก็ตามหากดีลนี้เกิดขึ้นจริงก็ย่อมมีการเข้าตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐทั้งอเมริกาและแคนาดาอีกหลายขั้นตอน เนื่องจากกระทรวงกลาโหมของอเมริกายังใช้ BlackBerry เป็นอุปกรณ์หลัก

ถ้าหากดีลนี้จบลงที่ Lenovo จริง ก็อาจเป็นการซื้อกิจการประเทศฝั่งตะวันตกที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทจากจีน โดยก่อนหน้านี้ดีลใหญ่ที่สุดคือการซื้อบริษัทด้านอาหาร Smithfield Foods โดยบริษัท Shuanghui ผู้ผลิตสุกรรายใหญ่ของจีนมูลค่า 4.7 พันล้านดอลลาร์ ส่วนดีล Lenovo ซื้อธุรกิจพีซีจากไอบีเอ็มเมื่อปี 2005 นั้นมีมูลค่า 1.25 พันล้านดอลลาร์

condo สินทรัพย์ที่เหมาะอย่างยิ่งกับการลงทุน

แม้แนวคิดการเกิดที่อยู่อาศัยคอนโดมิเนียมในตอนเริ่มแรกจะเป็นการพัฒนาขึ้นเพื่อให้ประชาชนทั่วไปมีโอกาสเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้มากขึ้น แต่ระยะหลังมานี้กลับมีคนจำนวนไม่น้อยนิยมซื้อ condo มาให้เช่าแทน หรือพูดง่ายๆ ก็คือใช้เพื่อการลงทุนกัน
ทั้งนี้ในแง่ของการลงทุนอาจกล่าวได้ว่ามีเหตุผลสำคัญอยู่ถึง ที่ทำให้คนจำนวนมากชื่นชอบ ที่จะลงทุนในcondo ดังนี้
1. เพื่อกระจายการลงทุน อสังหาริมทรัพย์ถือเป็นทางเลือกในการกระจายการลงทุนเพื่อลดความเสียงที่ดี โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนที่ลงทุนในหุ้น พันธบัตรและหุ้นกู้เป็นจำนวนมาก ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากการเคลื่อนไหวของราคาอสังหาริมทรัพย์มีความโน้มเอียงที่จะเป็นอิสระจากราคาหุ้น ราคาพันธบัตรและหุ้นกู้ ดังนั้นการกระจายพอร์ตการลงทุนส่วนหนึ่งมาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะ condo จะเท่ากับเป็นการลดความเสี่ยงได้ทางหนึ่ง สมัยก่อนจะไม่ค่อยกล้าเข้ามาลงทุนกัน เพราะไม่คุ้นเคย ไม่รู้วิธีที่จะประเมินมูลค่า รวมถึงกลัวที่จะถูกโกงด้วย แต่ปัจจุบันคอนโดมิเนียม เป็นอสังหาฯ ที่คนรุ่นใหม่เริ่มใกล้ชิดและรู้จักกันดีมากขึ้น ดังนั้นจึงเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่คนนยมลงทุนกัน
2. เพื่อใช้ปกป้องตัวเองจากเงินเฟ้อ อสังหาริมทรัพย์เป็นสินทรัพย์แท้จริงรูปแบบหนึ่ง การลงทุนจึงสามารถช่วยคุ้มครองเจ้าของจากเงินเฟ้อได้ค่อนข้างดี (A Hedge Against Inflation) ทั้งนี้เมื่อราคาสินค้าและค่าครองชีพปรับสูงขึ้น อสังหาริมทรัพย์จะปรับราคาสูงขึ้นตาม